ปีใหม่เริ่มได้สิบกว่าวันแล้ว หวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดีของใครหลายๆคน
เราหายไปนานมากเพราะเราแอบไปเที่ยวมา ยังน้ำมูกย้อยอยู่เลย...
รู้สึกว่าช่วงนี้ความขี้เกียจจะครอบงำชีวิต เพราะอากาศ "หนาว" ทำตัวเป็นหมีจำศีล ไม่อยากทำอะไร อยากซุกผ้าอุ่นๆอยู่อย่างนั้น พอตื่นมามีให้เลือกอยู่สองอย่าง วันนี้จะสุข หรือไม่สุข ถ้าต้องทำอะไรแล้วรู้สึกว่าไม่สุขก็อย่าไปทำ หรือถ้า "ต้อง" ทำในสิ่งที่ไม่ชอบก็ลองมองแง่มุมอื่นๆดู ชีวิตคนเลือกได้เสมอ อยู่ที่ตัวเอง เราไม่ใช่คนอารมณ์ดีมากมาย เป็นคนดุและใจร้อนด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นต้องผ่อนคลายมากๆ คิดบวกบ่อยๆ คนรอบข้างจะได้สดชื่น นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่พยายามปรับปรุงมาเสมอ ไม่ใช่ New Year Resolutions ที่เจาะจงว่าปีไหนต้องทำ แต่มันต้องทำตลอด
แต่ปีนี้เริ่มต้นปีใหม่ทั้งทีก็อยากให้มีอะไรใหม่ๆเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เราเขียน blog เป็นช่วงที่ชีวิตเราสบายๆ ออกจะหย่อนวินัยทางการเงินด้วยซ้ำ shop บ่อยเป็นชีวิตจิตใจ ถึงแม้จะพยายามหาทางซื้อของให้ได้คุ่้มที่สุดแล้วก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับพี่น้องคนอื่นๆหรือเพื่อนๆ เราก็ยังใช้เงินมือเติบอยู่ดี สวนกระแสเศรษฐกิจ ยิ่งถูกยิ่งซื้อ ไม่สนใจ เพราะไม่มีหนี้มีสินอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เลยไม่มีอะไรมาฉุดให้ลดๆการใช้เงินลงหน่อย ยิ่งปีที่แล้วรู้ว่าต้้องแต่งงาน ก็จะเน้นเรื่องดูแลตัวเองมากขึ้นไปอีก สารพัด skincare และ makeup ซื้อมาเป็นกอง ถึงแม้จะ screen ออกไปมากมายแล้วก็ตาม
แต่ปีนี่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เรามองว่าช่วงชีวิตคนทุกปีมีการเปลี่ยนแปลง คุณเป็นวัยรุ่นคุณก็สนใจเรื่องหนึ่ง คุณทำงานคุณก็สนใจเรื่องหนึ่ง หรือพอมีลูกก็จะสนใจอีกแบบหนึ่ง แต่เรื่องหนึ่งที่ผู้หญิงไม่เคยละความใส่ใจเลยคือเรื่องความสวยงามกับเรื่องบ้าซื้อของ เราก็เป็นแบบนั้น ยังไงมันก็เป็นของคู่กับผู้หญิง เศรษฐกิจไม่ดี ผู้หญิงก็ไม่ตัดงบพวกนี้ เชื่อหรือเปล่า แค่อาจจะเบาบางลงบ้างแต่ไม่ถึึงกับหายไปเลย เพราะใครๆก็ชอบให้ตัวเองดูดีเสมอ
ปีนี้เรามี Resolution สุดโหดเอาไว้ท้าทายตัวเอง เรื่องการออมเงิน และจัดทำ Personal Budget ทุกเดือน ซึ่งปีนี้จะตึงมากๆกว่าปีที่ผ่านมา คือคิดไว้ว่าจะไม่ซื้ออะไรสิ้นเปลืองเลย ไม่ต้องลองของใหม่ ไม่ต้องตามแฟชั่น ใครจะมีอะไรใหม่ช่างเค้า ของเก่าที่มีบางตัว บางอย่าง ยังไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำไป ถ้าถามว่าทำทำไม ใช้ชีวิตสบายๆไม่ดีหรือ เราว่าชีวิตที่มันสบายเกินไปมันก็ไม่ดีนะ ทุกอย่างง่ายไปซะหมด ไม่มีค่า หรือใช้ไม่ทะนุถนอม การทำให้ชีวิตมีจุดหมาย เป้าหมายและบังคับมันบ้าง เมื่อผลลัพธ์สุดท้ายออกมา มาจะน่าภูมิใจกว่า
แต่ข่าวสารข้อมูลยังเสพอยู่มั้ย ก็ตามนะ และยังมีมาเสมอทุกวันตลอดเวลาเหมือนเดิม แต่ถ้าอะไรที่ต้องซื้อก็อาจจะไม่อยากเสียเงิน เดี๋ยวนี้เห็นอะไร SALE ก็ผ่านตาไป รู้สึกงั้นๆ ไม่ได้อยากได้ จากตรงนี้ Blog ของเราเลยอาจะมีการเปลี่ยนทิศทางบ้างเล็กน้อย ให้เหมาะสมกับตัวเองและสถานการณ์รอบข้าง เราจะเน้นเรื่อง organizing การจัดการค่าใช้จ่ายของผู้หญิง หรือจัดการเรื่องงานต่างๆมากยิ่งขึ้น ไม่ได้อยากจะเขียนเฉพาะเรื่องสวยๆงามๆ เครื่องสำอางหรือซื้อของอย่างเดียวเท่านั้น
มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ แต่การประหยัดมันเป็นเรื่องยากที่คนจะทำ เพราะเวลาพูดถึึงการประหยัด คนมักนึกถึง "ความสุขกำลังจะหายไป" ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่า suffer กับการตัดเงินค่าใช้จ่ายที่ซื้อความสบาย ความอร่อย ออกไปเสียจริงๆ ถ้าคิดแบบนี้ตั้งแต่ต้นก็ไม่อยากจะประหยัดมันแล้ว แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งว่าประหยัดเพื่อการลงทุน และนำไปต่อยอดเงิน มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเป็นการอดทนที่ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และจะบีบ บังคับตัวเองให้ถึงจุดหมายได้ง่ายกว่ามาก ... นั่นคือสิ่งที่เราคิด
© by Patt N. All Right Reserved.
เราหายไปนานมากเพราะเราแอบไปเที่ยวมา ยังน้ำมูกย้อยอยู่เลย...
รู้สึกว่าช่วงนี้ความขี้เกียจจะครอบงำชีวิต เพราะอากาศ "หนาว" ทำตัวเป็นหมีจำศีล ไม่อยากทำอะไร อยากซุกผ้าอุ่นๆอยู่อย่างนั้น พอตื่นมามีให้เลือกอยู่สองอย่าง วันนี้จะสุข หรือไม่สุข ถ้าต้องทำอะไรแล้วรู้สึกว่าไม่สุขก็อย่าไปทำ หรือถ้า "ต้อง" ทำในสิ่งที่ไม่ชอบก็ลองมองแง่มุมอื่นๆดู ชีวิตคนเลือกได้เสมอ อยู่ที่ตัวเอง เราไม่ใช่คนอารมณ์ดีมากมาย เป็นคนดุและใจร้อนด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นต้องผ่อนคลายมากๆ คิดบวกบ่อยๆ คนรอบข้างจะได้สดชื่น นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่พยายามปรับปรุงมาเสมอ ไม่ใช่ New Year Resolutions ที่เจาะจงว่าปีไหนต้องทำ แต่มันต้องทำตลอด
แต่ปีนี้เริ่มต้นปีใหม่ทั้งทีก็อยากให้มีอะไรใหม่ๆเปลี่ยนแปลงในชีวิตบ้าง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่เราเขียน blog เป็นช่วงที่ชีวิตเราสบายๆ ออกจะหย่อนวินัยทางการเงินด้วยซ้ำ shop บ่อยเป็นชีวิตจิตใจ ถึงแม้จะพยายามหาทางซื้อของให้ได้คุ่้มที่สุดแล้วก็ตาม แต่ถ้าเทียบกับพี่น้องคนอื่นๆหรือเพื่อนๆ เราก็ยังใช้เงินมือเติบอยู่ดี สวนกระแสเศรษฐกิจ ยิ่งถูกยิ่งซื้อ ไม่สนใจ เพราะไม่มีหนี้มีสินอะไรให้ต้องห่วงแล้ว เลยไม่มีอะไรมาฉุดให้ลดๆการใช้เงินลงหน่อย ยิ่งปีที่แล้วรู้ว่าต้้องแต่งงาน ก็จะเน้นเรื่องดูแลตัวเองมากขึ้นไปอีก สารพัด skincare และ makeup ซื้อมาเป็นกอง ถึงแม้จะ screen ออกไปมากมายแล้วก็ตาม
แต่ปีนี่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป เรามองว่าช่วงชีวิตคนทุกปีมีการเปลี่ยนแปลง คุณเป็นวัยรุ่นคุณก็สนใจเรื่องหนึ่ง คุณทำงานคุณก็สนใจเรื่องหนึ่ง หรือพอมีลูกก็จะสนใจอีกแบบหนึ่ง แต่เรื่องหนึ่งที่ผู้หญิงไม่เคยละความใส่ใจเลยคือเรื่องความสวยงามกับเรื่องบ้าซื้อของ เราก็เป็นแบบนั้น ยังไงมันก็เป็นของคู่กับผู้หญิง เศรษฐกิจไม่ดี ผู้หญิงก็ไม่ตัดงบพวกนี้ เชื่อหรือเปล่า แค่อาจจะเบาบางลงบ้างแต่ไม่ถึึงกับหายไปเลย เพราะใครๆก็ชอบให้ตัวเองดูดีเสมอ
ปีนี้เรามี Resolution สุดโหดเอาไว้ท้าทายตัวเอง เรื่องการออมเงิน และจัดทำ Personal Budget ทุกเดือน ซึ่งปีนี้จะตึงมากๆกว่าปีที่ผ่านมา คือคิดไว้ว่าจะไม่ซื้ออะไรสิ้นเปลืองเลย ไม่ต้องลองของใหม่ ไม่ต้องตามแฟชั่น ใครจะมีอะไรใหม่ช่างเค้า ของเก่าที่มีบางตัว บางอย่าง ยังไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำไป ถ้าถามว่าทำทำไม ใช้ชีวิตสบายๆไม่ดีหรือ เราว่าชีวิตที่มันสบายเกินไปมันก็ไม่ดีนะ ทุกอย่างง่ายไปซะหมด ไม่มีค่า หรือใช้ไม่ทะนุถนอม การทำให้ชีวิตมีจุดหมาย เป้าหมายและบังคับมันบ้าง เมื่อผลลัพธ์สุดท้ายออกมา มาจะน่าภูมิใจกว่า
แต่ข่าวสารข้อมูลยังเสพอยู่มั้ย ก็ตามนะ และยังมีมาเสมอทุกวันตลอดเวลาเหมือนเดิม แต่ถ้าอะไรที่ต้องซื้อก็อาจจะไม่อยากเสียเงิน เดี๋ยวนี้เห็นอะไร SALE ก็ผ่านตาไป รู้สึกงั้นๆ ไม่ได้อยากได้ จากตรงนี้ Blog ของเราเลยอาจะมีการเปลี่ยนทิศทางบ้างเล็กน้อย ให้เหมาะสมกับตัวเองและสถานการณ์รอบข้าง เราจะเน้นเรื่อง organizing การจัดการค่าใช้จ่ายของผู้หญิง หรือจัดการเรื่องงานต่างๆมากยิ่งขึ้น ไม่ได้อยากจะเขียนเฉพาะเรื่องสวยๆงามๆ เครื่องสำอางหรือซื้อของอย่างเดียวเท่านั้น
มันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่นะ แต่การประหยัดมันเป็นเรื่องยากที่คนจะทำ เพราะเวลาพูดถึึงการประหยัด คนมักนึกถึง "ความสุขกำลังจะหายไป" ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่า suffer กับการตัดเงินค่าใช้จ่ายที่ซื้อความสบาย ความอร่อย ออกไปเสียจริงๆ ถ้าคิดแบบนี้ตั้งแต่ต้นก็ไม่อยากจะประหยัดมันแล้ว แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งว่าประหยัดเพื่อการลงทุน และนำไปต่อยอดเงิน มันจะทำให้เรารู้สึกว่าเป็นการอดทนที่ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และจะบีบ บังคับตัวเองให้ถึงจุดหมายได้ง่ายกว่ามาก ... นั่นคือสิ่งที่เราคิด
© by Patt N. All Right Reserved.

















0 comments:
Post a Comment