เตรียมตัวแต่งงาน ตอนนที่ 2 : เตรียมเงินแต่งงานและสินสอดเราพยายามพูดไล่ไปเรื่อยๆจากตอนแรกว่าต้องทำอะไรยังไง พิธีสู่ขอคงไม่ต้องพูดถึง เพราะรู้ๆกันอยู่ แต่ที่หลายคนชอบมีคำถามคือ เอ่อ
จะแต่งงานทั้งทีต้องใช้เงินเท่าไหร่ ?
สินสอด ทองหมั้น เท่าไหร่เรียกว่าเหมาะสม ?
เราคิดว่าคำถามแรกตอบได้ง่ายกว่า แต่งงานทีจะใช้เท่าไหร่มันก็แล้วแต่ว่าคุณจะจัดยังไง ถ้าจัดทั้งเช้าและเย็น รูปแบบไม่ต่างจากคนทั่วไป และงานเลี้ยงเย็นจัดที่โรงแรม คุณเตรียมประมาณ 300,000-500,000 บาทก็น่าจะโอเคแล้วค่ะ ไม่รวมแหวน และสินสอดทองหมั้น และของขวัญพิเศษอื่นๆ แต่จะถูกกว่านี้หรือแพงกว่านี้ก็แล้วแต่รายละเอียดต่างๆของงาน จำนวนแขกและสถานที่ด้วยนะ
ส่วนตัวของเรามีการทำ file ไว้เลย เราใช้ Number (for MAC) or Excel (for Windows) รายละเอียดจะมี
รายการ/จำนวน/ราคาต่อหน่วย/ราคารวม/มัดจำ/ค้างชำระ/Contact Person/Tel.
แค่นี้ก็จะรู้งบประมาณตัวเองคร่าวๆแล้ว
ส่วนอีกคำถาม เรื่องเงินเหมือนกัน คำถามง่ายๆที่ไม่ค่อยมีใครให้คำตอบคุณ...เมื่อเช้าเราได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เพิ่งจัดงานแต่งงานเหมือนกัน ยังไม่เคยคุยกันถึงเรื่องสินสอดทองหมั้นเลย เพราะเราคิดว่ามันเรื่องส่วนตัวมากๆ การถาม อยากรู้ อยากเห็นเรื่องแบบนี้ถือว่าไม่ให้เกียรติ นอกจากเพื่อนจะบอก จะเล่าให้ฟังเอง
ก่อนอื่น ... ความเข้าใจง่ายๆตามกฏหมาย
สินสอดคือ "เงิน หรือ ทรัพย์สินอื่นๆ" ที่ฝ่ายชายมอบให้ "พ่อแม่ ฝ่ายหญิง" ส่วน
ทองหมั้น (หรือของหมั้น) คือทรัพย์สินที่ฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิง
- พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเก็บสินสอดไว้เองทั้งหมด ก็ได้
- หรือเก็บบางส่วนตามประเพณี และที่เหลือยกให้ลูกสาวตัวเอง เพื่อให้มีอะไรเป็นทรัพย์สินส่วนตัวบ้างก็ได้
- หรือเก็บบางส่วนตามประเพณี และที่เหลือให้คืนทั้งสอง ถือเป็นของขวัญจากพ่อแม่ก็ได้
- หรือพ่อแม่ฝ่ายหญิงจะไม่หักอะไรออกเลย และยกให้ลูกสาวตัวเองทั้งหมด หรือให้ทั้งสองก็ได้
แล้วจะให้เท่าไหร่ดี ?! ...
หลายคนต้องไปพึ่งข้อมูลในอินเตอร์เน็ท ระดมความเห็นของหลายๆคู่แต่งงานๆ ว่าเตรียมสินสอด ทองหมั้นเท่าไหร่ดี ยังไง ส่วนใหญ่ถ้าผู้ชายก็จะแอบถามเพื่อนที่แต่งไปแล้วว่า ให้เท่าไหร่ยังไงดี แฟนเรามีคุณเพื่อนใจดีส่งวิทยานิพนธ์เรื่อง การประเมินมูลค่าสินสอด ทองหมั้นมาให้อ่าน โอ้โห มันเป็นคำถามที่ตอบยากจนถึงขั้นต้องมีการทำงานวิจัยเรื่องนี้กันเลยนะ ก็อ่านไว้เล่นๆเป็นความรู้ ส่วนใครจะตามไม่ตาม มันก็แล้วแต่ ส่วนเราไม่ได้คิดตามนั้น
งานวิจัยชิ้นนั้นสรุปตามกลุ่มตัวอย่าง ที่ถูกแบ่งโดย factors รายได้ครอบครัว ระดับการศึกษา และอะไรอีกจำไม่ได้ ของฝ่ายหญิง แล้วก็สรุปว่า มูลค่าสินสอด ทองหมั้น จะเป็นจำนวน " x เท่า" ของเงินเดือนฝ่ายชาย กี่เท่าก็ว่ากันไปตามกลุ่มที่ถูกแบ่งไว้ .... ตลกดี ที่เห็นคนทำขึ้นมา เอกสารนั้นมันหายไปแล้วอะ สงสัยลบทิ้งไปแล้ว
จากตัวอย่างของเพื่อนๆ ญาติๆทั้งที่แต่งงานและยังไม่แต่งงานบอกเรามาว่า (ไม่ได้รวมแหวนหมั้น)
- ตัวอย่าง 1 : สินสอด เงินสด 400,000 ของหมั้น ทองคำ 20 บาท ทั้งชาย หญิง การศึกษาปริญาตรี รายได้ฝ่ายชายหลักหมื่น ส่วนฝ่ายหญิงประมาณหนึ่งแสน งานแต่งช่วยกันออกเงิน
- ตัวอย่าง 2 : สินสอด เงินสด 500,000 จ่ายด้วยตัวเอง ของหมั้น ทองคำ 20 บาท ทั้งชาย หญิงการศึกษาปริญญาตรี ชายทำงานบริษัทใหญ่มั่นคงรายได้ประมาณ 3-4 หมื่นบาท หญิงทำธุรกิจครอบครัว งานแต่งพ่อแม่ช่วย
- ตัวอย่าง 3 : สินสอด เงินสด ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน พ่อแม่ช่วย ของหมั้น ทองคำ ยังไม่รู้ ดูราคาก่อน ชาย ปริญญาโท ต่างประเทศ หญิง ปริญญาตรี ทั้งสองทำงานบริษัทเอกชนทั่วไปเงินเดือนไม่เกิน 40,000 บาท งานแต่งช่วยกันออก
- ตัวอย่าง 4 : สินสอด เงินสด 400,000 บาท ของหมั้น ทองคำ 30 บาท ทั้งสอง ปริญญาตรี ชายเงินเดือน 1-2 แสน หญิง หลักหมื่นต้นๆ งานแต่งผู้ชายออกมากกว่า
สำหรับเราคิดว่าจะให้เท่าไหร่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าทั้งผู้หญิงและผู้ชายได้คุยกันก่อน คุยกันตรงๆเลยว่ายังไง อย่าปล่อยให้ผู้ใหญ่ดุ่มๆไปเจรจาแล้ว ผิดใจกันกลับมา มันจะมองหน้าไปติดกันไปอีกนาน ผู้ชายก็คุยๆดูว่าเรามีเท่านี้ๆ คิดว่ายังไง ส่วนผู้หญิงก็ลองไปพูดคุยกับพ่อแม่ดูว่า อยากเรียกสักเท่าไหร่ ยังไง โดยส่วนมาก พ่อแม่มักตอบว่า " ไม่เรียกหรอก แล้วแต่ให้" อันนี้ถือว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ ถ้าอยากได้คำตอบจริงๆให้ลองพูดตัวเลขที่เราคิดไว้ว่าเหมาะสมออกไปเลย แล้วถามว่าพ่อแม่คิดว่ายังไง
บางครั้งการที่ได้พูดคุยก่อนมันก็ช่วยให้เรารู้ด้วยว่าเค้าคิดอะไรอยู่ บางทีมันไม่ใช่เรื่องของจำนวนเงินหรอกค่ะ แต่มันเป็นเรื่องของการดูความตั้งใจของฝ่ายชายมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วพ่อแม่ก็คืนให้เราทั้งสองอยู่แล้ว แถมยังให้ของขวัญก้อนโตมาอีก
หรืออีกกรณี พ่อแม่อาจเอาของของเราไปเปรียบเทียบกับลูกคนอื่น ลูกเพื่อนอย่างเนี้ย มันก็จะมีข้อเปรียบเทียบเสมอ
เรารู้ว่ามันดูตลกที่มาเขียนเรื่องแบบนี้ แต่นี่แหละเป็นอาการอ้ำอึ้งที่มันเกิดขึ้นจริงๆที่ต้องผ่านจุดนี้มา พอพูดขึ้น คนมักมองว่าเห็นแก่เงิน แต่พอไม่พูด ไม่คิด ไม่เตรียมการเรื่องนี้ กลับทำผิดพลาด .... ไม่อยากให้ใครอยู่ในอาการแบบนั้น ใส่ใจกับเรื่องตรงนี้หน่อยดีกว่าค่ะ
© by Patt N. All Right Reserved.