ตั้งชื่อหัวข้อ สิว รอบที่ 10 ไม่ใช่ว่า เรามีสิวขึ้นมาหลายรอบนะ แต่แค่จะบอกว่าพูดกันหลายรอบแล้ว แต่ก็นะ มันไม่ใช่เรื่องซ้ำๆกัน คือเรื่องสิวเนี่ยถ้าจะให้พูดจริงๆ มันจะยาวและเยอะมาก ไหนจะสาเหตุ ไหนจะประเภทของมัน หรือการรักษาก็ต่างกันไป เราไม่ใช่ผู้ชำนาญการเลย ก็มิอาจเอื้อมทำตัวเป็นหมอผิวหนังได้ เราก็ตอบตามวิธีและความคิดของเราแล้วกัน วิธีการก็มีตั้งแต่เสียเงินน้อยไปจนถึงเสียเงินมากๆ ทำเลเซอร์แพงๆทั้งหลาย
แต่พวกหมอ เนี่ยพูดไม่ค่อยรู้เรื่องนะ อธิบายซับซ้อนเข้าใจยาก ชาวบ้านจะเข้าใจมั้ยหมอ! ส่วนอีกพวก พวกพยาบาลหรือผู้ช่วยในคลีนิค ที่คอยขาย course treatment ต่างๆ พวกนี้ก็พูดเกินสรรพคุณจริงซะมากมาย ไม่มีอะไรพอดีเลยจริงๆ
ก็พอดีมีน้องคนหนึ่งเมล์มาพูดคุย และสอบถามให้เราแนะนำว่าให้ใช้สินค้าตัวไหนของพอลล่าดี บังเอิญว่าเห็นเรารีวิวอยู่ อาการของน้องเค้าคือ มีสิวขึ้นที่หน้าผากเยอะ โดยที่ใปกติไม่ค่อยเป็น และมีรอยแผลเป็นจากสิว เพราะแกะสิว และยังห่วงเพราะว่ามีริ้วรอยที่หน้าผากในขณะที่อายุแค่ 23-24 เท่านั้น เค้าไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับเพราะมีสิวที่หน้าผากเยอะหรือไม่ แล้วใช้อะไรรักษาดี
เราก็ไม่ได้เชียร์ของใครยี่ห่้อใดยี่ห้อหนึ่งนะ แต่ถ้ามีคนถามให้เราช่วยเลือกให้ในฐานะที่ลองมาหลายตัว เราก็จะตอบไปเสมือนเราเลือกใช้เอง เรามองว่าของพอลล่า ถึงแม้ปัจจุบันมีหลายหลายตัว แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันทุกตัว เพราะมันก็แค่ Product Diversity คือทำให้มันหลากหลาย ดูขยายออกไป เพิ่มกำลังซื้อของคน
แต่เวลาเลือกซื้อจริงๆก็ เหมือนยานั่นแหละใช้ตามอาการ ไม่มียาตัวไหนที่เป็นยาครอบจักรวาล และยาตัวหน่ึงอาจรักษาอาการได้มากกว่า 1 อย่าง ถ้าเป็นสิวก็ต้องใช้ตัวที่มัน effect ต่อ สิว นั่นคือตัวที่มี Salicylic Acid 2% (หรืออีกชื่อที่เข้าใจกัน BHA 2%) หรือใช้ Benzoyl Peroxide ที่มีงานวิจัยรองรับมานานแล้วว่ามีผลช่วยรักษาสิวได้ สำหรับ BHA ผลิตภัณฑ์เค้าก็มีใส่อยู่ในเกือบทุกอย่าง บางสูตรอาจะจะเพิ่มตัวที่ช่วยบรรเทาอาการสิวอีกตัวเพิ่มเข้าไปอีก กลายเป็นยาที่มีสรรพคุณโดดเด่นทางด้านที่อยากให้เป็น และแน่นอนราคามันก็ต้องแพงขึ้น เราจะตอบแทนไม่ได้นะว่าใช้ตัวไหนดี แต่ถ้าเรามีปัญหานั้นเราก็เลือกใช้ตัวพื้้นฐานก่อน แต่ถ้ามันไม่หายก็ลองตัวที่เค้าเจาะจง แนะนำมาให้ เป็นตัวใหม่ Anti Acne โดยเฉพาะ ในสูตรนี้จะมี ingredient ตัวหนึ่งที่หลายคนต่อต้าน เพราะมีด้านลบอยู่ และอาจจะแพ้ได้ ซึ่งคือ Triclosan ที่ทำหน้าที่เป็น antibacterial
แก้เรื่องสิว ประเด็นหลักคือต้องรู้สาเหตุมันก่อนว่าสิวที่เป็นเกิดจากอะไร เพราะถ้าไม่แก้ที่สาเหตุ ก็นั่งรักษากันอยู่นั่นแหละ เราเลยตอบไปว่า....
เท่าที่ฟังเรื่องสิวของตาล พี่ว่าเป็นเรื่องปกติเหมือนคนทั่วไป คือถ้าสภาวะปกติไม่มีสิวขึ้น แต่นานๆอาจจะมีบ้างช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน หรือช่วงที่ร่างกายตอบสนองเปลี่ยน แปลงอะไรบางอย่าง หรือเครียด หรือไปแพ้อะไรมา มันก็เห่อขึ้นได้ค่ะ พี่ก็เป็นแบบนั้น ปกติไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แต่บางครั้งมันก็มาติดๆกัน แล้วมันก็หายไปเลย พวกนี้เวลาตามรักษามันต้องดูตามอาการของสิวที่เกิดขึ้น ว่าเป็นแบบไหน
คิดว่าที่บอกว่ามีสิวที่หน้าผากมาก น่าจะเป็นแบบสิวคล้ายๆผด หรือเม็ดเล็กๆ อักเสบบ้าง หรือไม่อักเสบบ้าง หลายคนเป็นเพราะแชมพูนะคะ หรือแต่งหน้าแล้วล้างไม่สะอาด ต้องลองใช้ skin care รักษาตามอาการไป ส่วนเรื่องอื่นๆ เรื่องรอยแผลเป็นจากสิว
จะให้แนะนำ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ผู้หญิงส่วน ใหญ่รู้อยู่แล้วน่ะค่ะ คือ อย่าแกะ บีบ เค้น หรือทำอะไรทั้งนั้น ซึ่งเป็นอะไรที่ทำยากมากๆ ส่วตัวเองก็ยังทำไม่ค่อยได้ 100% ตอนวัยรุ่น เด็กๆ อาจจะยังไม่สนใจ แต่พออายุมากขึ้นนี่รอยดำจากแผลเป็น เป็นเรื่องที่รักษายากมากนะคะ เพราะ skin cycle มันยาวขึ้น กว่าที่รอยดำจะโผล่ขึ้นมา และหายไปจากหน้า มันจะใช้เวลานานมากขึ้น
ผลตามมาหาก บีบ แกะสิว
เศษ หรอกค่ะ มันต้องใช้เวลาด้วย ถ้ากำลังพยายามรักษาอยู่ แล้วมีรอยแผลเป็นแบบดำๆ ก็ต้องใช้ make up กลบไปก่อน และล้างหน้าออกให้สะอาดก่อนนอน ใช้ BHA 2% or AHA ทั้งเช้าเย็น
ถ้าอยู่เมืองไทยคงไปจ่ายตังทำเลเซอร์บ่อยๆแล้ว ทำไปเรื่อยๆเถอะ ถ้ามีกำลังพอ เพราะจะรอมาทำตอน 30 หรือ 20 ปลายๆมันจะดึงกลับได้ยากแล้ว ทุกๆเรื่องแหละ ไม่ว่าจะเรื่องหน้าหย่อน หรือริ้วรอย พยายาม maintain ให้สม่ำเสมอน่ะค่ะ จะดีกว่าไปทำเอาทีเดียวตอนหลัง
ส่วนเรื่องริ้วรอยที่กังวล อยากบอกว่า คนอื่นมองไม่เห็นหรอกค่ะ นอกจากเราเอง ยิ่งส่องมากยิ่งเห็นข้อบกพร่อง ของตัวเองมาก เพราะเป็นวัยเริ่มทำงาน มันจะเครียด สารพัดเรื่อง ถ้ายิ่งทำงานหน้าคอมนี่ แถมหน้าดำเข้าไปด้วย เดี๋ยว 20 ปลายๆ มันจะเยอะกว่านี้อีก ถ้าเป็นคนที่มีริ้วรอยง่าย ให้ไปทำพวก microderma บ้าง แล้วใช้กันแดด ด้วย ส่วนบำรุงก็บำรุงวิตามินไปปกติช่วงกลางคืนก่อนเข้านอน
สิวที่หน้าผากไม่เกี่ยวกับเรื่องริ้วรอยเลยนะ คนละสาเหตุ ยังไม่อยากให้แนะนำไปทำ botox เพราะอายุน้อยอยู่ และมันแพง แต่ทำแล้วรับรองผลชัด เจนภายในไม่กี่วัน เค้าไม่ได้จิ้มไปลึกๆหรอกนะคะ เค้าทำแค่ที่ผิวบางๆ จิ๊ดๆ เหมือนมดกัด แล้วหน้าผากเราก็จะเรียบ เส้นหายไปหมด ดูหน้าตาแจ่มใสขึ้นทันตา
ลองใช้ Retin A กับสิวที่หน้าผากดูก็ได้ค่ะ เพราะช่วยทั้งเรื่องสิวและริ้ว รอย ไปซื้อตามร้านขายยา ที่อเมริกาแพงกว่าเมืองไทย ซื้อที่โน่นแหละดีแล้ว ถึงแม้ของที่ไทยจะ Made in Thailand แต่ตัวยามันเหมือนกันค่ะ
อ่านจบอย่าเพิ่งท้อว่าทำไมค่า maintenance ของผู้หญิงมันสูงอย่างนี้ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยค่ะ ความพอใจของคนไม่เหมือนกัน บางคนไม่ได้ต้องการ Average ไง แต่ต้องการ Above Average ต่างหาก ....
© by Patt N. All Right Reserved.
แต่พวกหมอ เนี่ยพูดไม่ค่อยรู้เรื่องนะ อธิบายซับซ้อนเข้าใจยาก ชาวบ้านจะเข้าใจมั้ยหมอ! ส่วนอีกพวก พวกพยาบาลหรือผู้ช่วยในคลีนิค ที่คอยขาย course treatment ต่างๆ พวกนี้ก็พูดเกินสรรพคุณจริงซะมากมาย ไม่มีอะไรพอดีเลยจริงๆ
ก็พอดีมีน้องคนหนึ่งเมล์มาพูดคุย และสอบถามให้เราแนะนำว่าให้ใช้สินค้าตัวไหนของพอลล่าดี บังเอิญว่าเห็นเรารีวิวอยู่ อาการของน้องเค้าคือ มีสิวขึ้นที่หน้าผากเยอะ โดยที่ใปกติไม่ค่อยเป็น และมีรอยแผลเป็นจากสิว เพราะแกะสิว และยังห่วงเพราะว่ามีริ้วรอยที่หน้าผากในขณะที่อายุแค่ 23-24 เท่านั้น เค้าไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับเพราะมีสิวที่หน้าผากเยอะหรือไม่ แล้วใช้อะไรรักษาดี
ปกติตาลจะมีสิวขึ้นเป็นช่วงน่ะ ค่ะ บางเวลาไม่มีสิวก้อไม่มีเลย แต่เวลาขึ้นเนี่ยน่ากลัวมาก จนแม่บอกว่าขี้กากขึ้นเหรอ จนได้ไปหาหมอ แบบร้านหมอ นึกออกช่ายไหมคะ แล้วแบบว่าค่อนข้างติดมาก ไม่ไปหาช่วงนึง ยังโอๆอยุ พอห่างหายก้อรีบแย่งกันขึ้นเลย ........
ตอนนี้ ตาลสิวน้อยลงเป็นเพราะเลือกนิสัยแกะเกา ได้มากขึ้นค่ะ ตอนนี้ที่กังวลค่ะ คือ เรื่องรอยดำจากสิว มันเยอะค่ะ แล้วเป็นแบบข้างเดียวที่แก้ม แย่มากๆ ทำเลเซอร์IPL ก้อช่วยได้ แต่ที่ช่วยไม่ได้คือ ไปทำไม่ต่อเนื่อง มันก้อดีขึ้น แต่ก้อมีรอยอยู่
เราก็ไม่ได้เชียร์ของใครยี่ห่้อใดยี่ห้อหนึ่งนะ แต่ถ้ามีคนถามให้เราช่วยเลือกให้ในฐานะที่ลองมาหลายตัว เราก็จะตอบไปเสมือนเราเลือกใช้เอง เรามองว่าของพอลล่า ถึงแม้ปัจจุบันมีหลายหลายตัว แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้มันทุกตัว เพราะมันก็แค่ Product Diversity คือทำให้มันหลากหลาย ดูขยายออกไป เพิ่มกำลังซื้อของคน
แต่เวลาเลือกซื้อจริงๆก็ เหมือนยานั่นแหละใช้ตามอาการ ไม่มียาตัวไหนที่เป็นยาครอบจักรวาล และยาตัวหน่ึงอาจรักษาอาการได้มากกว่า 1 อย่าง ถ้าเป็นสิวก็ต้องใช้ตัวที่มัน effect ต่อ สิว นั่นคือตัวที่มี Salicylic Acid 2% (หรืออีกชื่อที่เข้าใจกัน BHA 2%) หรือใช้ Benzoyl Peroxide ที่มีงานวิจัยรองรับมานานแล้วว่ามีผลช่วยรักษาสิวได้ สำหรับ BHA ผลิตภัณฑ์เค้าก็มีใส่อยู่ในเกือบทุกอย่าง บางสูตรอาจะจะเพิ่มตัวที่ช่วยบรรเทาอาการสิวอีกตัวเพิ่มเข้าไปอีก กลายเป็นยาที่มีสรรพคุณโดดเด่นทางด้านที่อยากให้เป็น และแน่นอนราคามันก็ต้องแพงขึ้น เราจะตอบแทนไม่ได้นะว่าใช้ตัวไหนดี แต่ถ้าเรามีปัญหานั้นเราก็เลือกใช้ตัวพื้้นฐานก่อน แต่ถ้ามันไม่หายก็ลองตัวที่เค้าเจาะจง แนะนำมาให้ เป็นตัวใหม่ Anti Acne โดยเฉพาะ ในสูตรนี้จะมี ingredient ตัวหนึ่งที่หลายคนต่อต้าน เพราะมีด้านลบอยู่ และอาจจะแพ้ได้ ซึ่งคือ Triclosan ที่ทำหน้าที่เป็น antibacterial
แก้เรื่องสิว ประเด็นหลักคือต้องรู้สาเหตุมันก่อนว่าสิวที่เป็นเกิดจากอะไร เพราะถ้าไม่แก้ที่สาเหตุ ก็นั่งรักษากันอยู่นั่นแหละ เราเลยตอบไปว่า....
เท่าที่ฟังเรื่องสิวของตาล พี่ว่าเป็นเรื่องปกติเหมือนคนทั่วไป คือถ้าสภาวะปกติไม่มีสิวขึ้น แต่นานๆอาจจะมีบ้างช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน หรือช่วงที่ร่างกายตอบสนองเปลี่ยน แปลงอะไรบางอย่าง หรือเครียด หรือไปแพ้อะไรมา มันก็เห่อขึ้นได้ค่ะ พี่ก็เป็นแบบนั้น ปกติไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แต่บางครั้งมันก็มาติดๆกัน แล้วมันก็หายไปเลย พวกนี้เวลาตามรักษามันต้องดูตามอาการของสิวที่เกิดขึ้น ว่าเป็นแบบไหน
คิดว่าที่บอกว่ามีสิวที่หน้
จะให้แนะนำ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ผู้หญิงส่
ผลตามมาหาก บีบ แกะสิว
- จะเห็นเป็นรอยดำจากที่เราบีบเค้
น และเลือดมารวมตัวกันใต้ผิว ไม่จางหายง่ายๆ ต้องรักษาไปจนกว่าผิวในชั้นที่ มันดำอยู่โดนดันออกมาจนถึงผิวชั ้นนอก ซึ่งบ่อยครั้งมันก็ไม่ดันสิเพราะมันอยู่ใน cell ชั้นเนื้อเยื่อ ไม่ใช่ชั้นผิว อันนี้ถึงต้องให้เลเซอร์ช่วยไง
- เพราะฉะนั้นให้เลือกใช้พวกที่
เร่งผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว เป็น AHA / BHA หรือพวกกรดอื่นๆ ที่กระตุ้นการลอกผิว - หรือทำเลเซอร์ ซึ่งก็มีอีกหลายแบบ แต่จะเลือกอะไรไปคุยกับหมอดีกว่
า แต่ที่สำคัญคือต้องทำต่อเนื่อง และใช้ skin care ควบคู่กันไป ถ้าทำไม่ต่อเนื่องผลจะเห็นไม่ชั ดเจน เพราะผิวมันต้องใช้เวลาในการผลั ดชั้นออกเหมือนกัน - หรือทำ chemical peels
- ถ้าอาการหนักกว่านี้ ก็ต้องใช้ treatment อื่นมากกว่านี้ หรือถ้าหน้ามีหลุมจากบีบสิวก็ต้องเลเซอร์อีกแบบ
- ถ้าจะใช้ anti-acne set ทั้งชุดก็ได้ หรือจะใช้ชิ้นเดียวก็ยังได้ การใช้ทั้งชุดไม่ได้หมายถึงมั
นจะช่วยให้เร็วขึ้น แค่เป็นการตลาดที่ทางผู้ผลิ ตทำขึ้นมาให้เราเลือกใช้ได้ง่ ายขึ้น และมักชอบว่าส่งเสริมกัน เพราะเค้าคิดค้นสูตรที่ลงตัวกั นมา แล้ว ถ้าให้เลือกหลักๆ คงเลือกตัวที่มี Active Ingredient ตัวที่มีผลรักษาสิวมากกว่า ในกรณีนี้คือเลือกตัวที่มี Salicylic Acid 2% หรือ Benzoyl Peroxide ความเข้มข้นขั้นต่ำต้องอย่างน้อย 2.5% จึงจะเห็นผล - ของพี่ในสภาพผิวปกติที่ไม่มีสิว ก็ยังใช้ BHA เพราะรู้สึกว่าหน้าจะเรียบ ไม่ค่อยมีปัญหาสิวมาเพิ่มเติม พูดง่ายๆว่าในช่วงที่ไม่เป็นสิวก็ใช้ได้
ถ้าอยู่เมืองไทยคงไปจ่ายตั
ส่วนเรื่องริ้วรอยที่กังวล อยากบอกว่า คนอื่นมองไม่เห็นหรอกค่ะ นอกจากเราเอง ยิ่งส่องมากยิ่งเห็นข้อบกพร่
สิวที่หน้าผากไม่เกี่ยวกับเรื่
ลองใช้ Retin A กับสิวที่หน้าผากดูก็ได้ค่ะ เพราะช่วยทั้งเรื่องสิวและริ้
อ่านจบอย่าเพิ่งท้อว่าทำไมค่า maintenance ของผู้หญิงมันสูงอย่างนี้ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยค่ะ ความพอใจของคนไม่เหมือนกัน บางคนไม่ได้ต้องการ Average ไง แต่ต้องการ Above Average ต่างหาก ....
© by Patt N. All Right Reserved.


















0 comments:
Post a Comment